wibiya widget
Showing posts with label General. Show all posts
Showing posts with label General. Show all posts
Friday, November 11, 2011
เมื่อมวลน้ำมาถึงทะเล ...
เมื่อมวลน้ำมาถึงทะเล
มวลน้ำจืดที่กำลังจะไหลลงสู่อ่าวไทย มี 2 แบบ
1.น้ำที่มากับแม่น้ำ สายหลัก บางปะกง เจ้าพระยา ท่าจีน เป็นน้ำความเค็มต่ำ ออกซิเจนสูง BOD ต่ำ pH ประมาณ 7 ธาตุอาหารไม่มาก มีตะกอนแขวนลอยพวกสารอนิทรีย์มาก สร้างปัญหาหลัก คือ ความเค็ม น้ำที่มาจากลำคลองสาขา สายเล็กๆ ที่ลงสู่อ่าวไทย มีออกซิเจนต่ำกว่า สารเจือปนมากกว่า ช่วงที่ผ่านมา ยังเป็นน้ำแบบแรก ที่ลงมาถึงอ่าวไทย และในปีอื่นๆ ก็เป็นน้ำประเภทนี้
2. น้ำที่เป็นน้ำท่วมล้น น้ำท่วมทุ่ง น้ำผ่านเมือง เป็นน้ำความเค็มต่ำ ออกซิเจนต่ำ BOD สูง ค่า pH อาจต่ำกว่า 7 มีธาตุอาหาร สารอินทรีย์สูง และมีสารเจือปนอื่นๆ จากชุมชน เขตอุตสาหกรรม ทุ่งที่น้ำไหลผ่าน น้ำแบบที่สอง ปัจจุบัน ยังมาไม่ถึงอ่าวไทย และไม่เคยมาถึงอ่าวไทย มาเป็นเวลานานแล้ว
กล่าวโดยสรุป น้ำที่กำลังจะลงทะเล มีคุณสมบัติ ที่สร้างความเสี่ยงต่อระบบนิเวศชายฝั่งทะเล คือ
1. มวลน้ำที่มีความเค็มต่ำ
2. การละลายของออกซิเจนต่ำ ค่า BOD สูง
3. pH ต่ำ
4. ปริมาณสารอินทรีย์ สูง
5. สารต่างๆ ที่มวลน้ำนั้นผ่านมา เช่น ชุมชน พื้นที่เกษตร อุตสาหกรรม ....
มวลน้ำแบบที่ 2 ที่จะลงสู่อ่าวไทย จะเป็นน้ำที่สร้างปัญหาให้กับอ่าวไทยมากกว่า มวลน้ำก้อนแรก เพราะมีค่าออกซิเจนละลายน้ำต่ำ มีสารอินทรีย์สูง มีค่า pH ต่ำกว่า 7 มวลน้ำก้อนนี้ สามารถทำให้สัตว์น้ำตายได้ในทันทีที่มวลน้ำออกสู่ทะเล
การคาดการณ์ ผลกระทบ
1. ปลาที่เลี้ยงในกระชัง น็อคน้ำ ดิ้นรนหาทางหนีน้ำ ชนตาข่าย มุดตาข่าย จนบาดเจ็บ และตาย สัตว์น้ำในบ่อเพาะเลี้ยง ไม่มีน้ำทะเลสะอาดให้เปลี่ยน หรือโชคร้าย คือ น้ำท่วมบ่อ หลุดออกไป
2. หอยแมลงภู่ อ. บ้านแหลม เพชรบุรี คลองโคน สมุทรสงคราม หากมวลน้ำความเค็มต่ำกว่า 25 ppt เป็นเวลานานจะเริ่มมีปัญหา และตายในที่สุด เมื่อตายไป สภาพพื้นจะเริ่มเน่าเสีย หากการไหลเวียนน้ำไม่ดี ... 3. หอยแครง แถวเพชรบุรี อ. บ้านแหลม ต. บางตะบูน จ. เพชรบุรี คลองโคน สมุทรสงคราม หากน้ำมีความเค็มต่ำกว่า 15 ppt เป็นเวลานาน จะเริ่มตาย
4. ปลาทู ตอนนี้ เข้าระยะวัยรุ่น น่าจะมาถึงแถวๆ แม่กลองแล้ว เขาจะมาหากินแพลงก์ตอน บริเวณแม่กลอง จนโตเป็นปลาทูหนุ่มสาว และบางส่วน จะว่ายลงมาผสมพันธุ์แถวๆ ประจวบคีรีขันธ์ อีกรอบนึง หากน้ำมีความเค็มต่ำเกินไป พื้นที่หากินของปลาทู จะถอยร่นลงไปอยู่แถวๆ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์
5. สัตว์ทะเลประจำถิ่น ทั้งที่อาศัยอยู่หน้าดิน และมวลน้ำ ตายจากการขาดออกซิเจน ความเค็มต่ำ
6. สัตว์น้ำและกุ้งที่เคลื่อนที่ได้ เช่น กุ้งแชบ๊วย กุ้งกุลาดำ จะอพยพหนีน้ำจืดลงใต้ คนจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จะจับปลาได้มากขึ้น
7. พื้นที่แถบชลบุรี น่าจะปลอดภัย เพราะมีน้ำทะเลจากอ่าวไทยตอนนอกไหลเข้ามา การบรรเทาผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ คือ การทำนายช่วงเวลาที่มวลน้ำเหล่านี้จะไปถึงพื้นที่ และเก็บผลผลิตสัตว์น้ำ ก่อนที่น้ำจืดจะมา อย่างไรก็ตาม...เนื่องจากอ่าวไทยตอนในเป็นระบบนิเวศที่คุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงความเค็มอยู่เป้นประจำทุกปี เพียงแต่ปีนี้ มากเป็นพิเศษ มีสัตว์น้ำตายมากขึ้น แต่สิ่งมีชีวิตที่อยู่รอดก็ยังมีอีกเยอะ และจะกลับเข้ามาเมื่อสิ่งแวดล้อมกลับคืนมาดังเดิม (ค่อยมาต่อเรื่อยๆ ใจเย็นๆ)
โดย: Sakanan Plathong
ขอขอบคุณสำหรับบทความดีๆด้วยครับ
ภาพจาก : https://www.facebook.com/photo.php?fbid=284497504917214&set=a.284879014879063.78190.100000708994198&type=1&ref=nf โดยคุณ Sakanan Plathong ครับ เข้าไปอ่านกันด้วยก็ดีครับมีอะไรที่มีสาระอยู่เหมือนกัน
Friday, November 4, 2011
[ประโยนช์และสาระ] อุปกรณ์ All in 1 ที่ช่วยเราได้ในช่วงวิกฤต น้ำท่วม
ครับพอดีเจอมาจาก Facebook ผมเองก็จำไม่ได้จากไหน เซฟภาพเอาไว้ก่อนฮะๆ ยังไงก็ขออภัยนะครับที่ไม่ได้ให้เครดิต ขออภัยจริงๆครับ
เอาละ เราก็มาดูกันนะครับว่าเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ นั้นทำได้ไม่ยากเลย และอีกอย่าง ค่าวัสดุต่างๆ นั้นไม่แพงเลยด้วย อีกทั่งมีประโยชน์มากมาย สามารถเอามาดักจับสัตว์ดุร้าย ช่วยเหลือผู้ประสบภัยคนอื่น อีกทั่งยังสามารถนำมาวัดกระแสไฟฟ้าในน้ำได้อีกด้วย โอ้ววววว อะไรมันจะดีอย่างนี้ เอาเป็นว่าเพื่อนๆ ลองชมดังภาพข้างบนและ เอาไปลองทำดูนะครับ มีประโยชน์จริงๆ สำหรับวันนี้ ขอบคุณมากครับที่เข้ามาอ่านบทความของผม
รวมวิธีเอารถยนต์สุดที่รัก "หนีภัยน้ำ" !
Saturday, October 29, 2011
[สาระ] ไขควงเช็คไฟสามารถเช็คไฟรั่วในน้ำได้จริงหรือ?
ตอนนี้ส่วนมากคนเสียชีวิตจากน้ำท่วมมักจะมาจากการโดนไฟดูด ดังนั้นสิ่งที่จะฟ้องกันไฟดูดได้เราต้องรู้ว่าตรงจุดไฟนมีไฟรั่วหรือไม่ จนมีการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์งานๆเพื่อตรวจวัดไฟ แต่คำถามตัวโตๆตอนนี้คือ ไขควงเช็คไฟสามารถเช็คไฟรั่วในน้ำได้จริงหรือ???????
ก่อนหน้านี้ผมเห็นมีการแชร์ไปเดียเรื่องการใช้ไขควงเช็คไฟเอามาเชคไฟรั่วในน้ำ (ดู https://www.facebook.com/photo.php?fbid=270744189631490) กันอย่างมากมาย
พอดีผมไปเจอการทดลองนี้มา จากหน้าเพื่อนผม ดูใน link นี้ http://www.youtube.com/watch?v=HrbHRAe7Pis&feature=youtu.be แล้วเหมือนจะสรุปว่ามันน่าจะใช้ไม่ได้ "ย้ำ" น่าจะใช้ไม่ได้ครับ ยังไงต้องระวัง (แต่มีหลายคนชี้แจงว่าวัดได้แต่เสี่ยงที่จะพลาดสูงครับ )
ผมไม่มีความรู้ด้านไฟฟ้า แต่ยังไงจะลองทดลองดูครับ(ถ้ามีโอกาส)
แต่ดูใน clip เหมือนไม่ได้กดหัวไขควงให้ไฟครบวงจรเลย เหอะๆ
ยังไงฝากผู้รู้หรือแชร์ให้ผู้รู้ตอบด้วยครับ
--------------- >
มีคนสรุปให้ดังนี้ครับ (ปรับแก้เพิ่มเติม 0.30 น. 29 ตุลา 54)
@Faikham Harn. รวบรวมระเด็นเรื่องไขควงยืดขยายเพื่อใช้วัดไฟรั่วในน้ำท่วม
จากที่มีการเผยแพร่และแชร์ต่อๆกันมาเรื่องไขควงวัดไฟสามารถดัดแปลงต่อความยาวเพื่อใช้ในการวัดำไฟรั่วในน้ำท่วม (เพราะระยะปลอดภัยหากมีไฟบ้านรั่วในน้ำ ควรอยู่ห่างจากจุดปล่อยกระแสไฟ 2-4 เมตร)
มีข้อกังวลว่าตกลงมันวัดกระแสไฟที่รั่วอยู่ในน้ำได้จริงไหม (เพราะถ้าวัดไม่ได้แล้วคนใช้กันมากมาย คิดว่าไม่มีกระแสไฟแต่จริงๆแล้วมีก็จะหายนะมาก)
สรุปเท่าที่รวบรวมได้ตอนนี้ (ใครมีข้อมูลเพิ่มเติมจากปผู้รู้/ช่างไฟ/วิศวกรไฟฟ้า กรุณามาแชร์ค่ะ)
ถาม: วัดได้หรือไม่?
ตอบ: วัดได้
"แต่" มีเงื่อนไขดังนี้ (สำคัญมาก โปรดอ่านเพื่อความไม่ประมาท)
๑) ตัว/มือ/เท้าคนวัดต้องแห้งสนิท สำคัญมาก ไม่งั้นน้ำที่เปียกเราอยู่เป็นตัวนำไฟ ไฟช๊อตได้
(ดังนั้น แปลว่า ถ้าต้องเดินลุยน้ำเข้าไปเพื่อวัดไฟ ก็แปลว่าไฟจะข๊อตเราก่อน.. ไม่รอด)
๒) เวลาวัด นิ้วต้องกดปลายโลหะตรงด้านด้ามจับไขควงเพื่อให้ต่อครบบวงจรด้วย ถ้ามีกระแสไฟไฟมันถึงจะติด (ก่อนใช้งานเช็คเสียก่อนว่าหลอดไฟในไขควงมันใช้งานได้ไม่ขาด)
๓) ข้างไขควงวัดไฟจะมีเขียนไว้ว่าวัดไฟได้กระแสเท่าไหร่ เช่น 100-500V (ทั่วไป) ซึ่งวัดไฟบ้านได้ แต่ถ้าเป็นไฟรั่วจากหม้อแปลงหรือแหล่งอื่นๆในอาคารที่กำลังสูงกว่านี้ ไขควงจะวัดไม่ได้นะ (น่าจะหลอดแตก?) อย่าเข้าไปใกล้เลยดีกว่า
นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตุว่าถ้าเป็นไขควงจีน(ที่ไม่ได้มาตรฐาน) อาจจะใช้ไม่ได้ตามที่ระบุ !!
๔) การใช้จิ้มในน้ำโอกาสพลาดมีสูง เนื่องจากไม่ได้รั่วเป็นจุดให้เราจิ้มเหมือนรูในปลั๊กไฟ และไฟอาจจะมาจากแหล่งที่กระจายเป้นวงกว้าง ยังไงก็ควรจะหลีกเลี่ยงไว้ก่อน
สรุปอีกที คือใช้วัดไฟรั่วในน้ำได้ แต่อาจไม่แม่น และมีปัจจัยประกอบเพื่อความปลอดภัยอยู่ด้วย ผู้ใช้งานโปรดอ่าน ศึกษา และระมัดระวัง ถ้าเป็นไปได้ เมื่อน้ำมาให้ สับคัตเอ้าท์/ตัดไฟ และหลีกเลี่ยงบริเวณที่อยู่ใกล้ปลั๊ก/สายไฟเปลือย ฯลฯ จะปลอดภัยที่สุด
Faikham Harn. ผมคิดว่าวิธีนี้มีความไม่ปลอดภัยอยู่เหมือนกัน
หลักการของไขควงวัดไฟคือการทำให้มีกระแสไฟฟ้าขนาดเล็กมากๆไหลผ่านไขควงและร่างกายเราลงสู่พื้นดิน ปัจจัยที่ส่งผลต่อความไม่แน่นอนในการวัดมีหลายอย่างเช่น ความเป็นฉนวนของจุดที่ยืนอยู่ (รวมถึงรองเท้าที่สวมใส่) และ คุณภาพของไขควง
สรุปคือถ้าไม่จำเป็นมากๆจริงๆก็อย่าเสี่ยงดีกว่าครับ แต่ก็ขอบคุณในความหวังดีของทุกคน
---------
เพิ่มเติมการทำงานของไขควงวัดไฟครับ http://topicstock.pantip.com/home/topicstock/2008/09/R7025561/R7025561.html
จากคุณ : pa_ul - [ 23 ก.ย. 51 21:54:57 ] ไขควงวัดไฟ ประกอบด้วยหลอดนีออน ต่ออนุกรมกับตัวต้านทานค่าสูงๆ ประมาณ 500 กิโลโอห์ม
หลอดนีออน (ไม่ใช่ LED) เป็นหลอดที่ไม่มีไส้ ให้แสงสีส้ม กินกระแสน้อยมาก ก็สามารถติดสว่างได้แล้ว
ตัวต้านทานนั้นใช้เพื่อจำกัดกระแสไม่ให้เกินระดับที่จะเกิดอันตรายกับผู้ใช้งานครับ
การที่หลอดติดเรืองแสงขึ้นมาได้ เพราะตัวผู้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการไหลของกระแสไฟฟ้าจากปลายไขควง ผ่านเข้าหลอดนีออน และตัวต้านทาน ผ่านมาที่หัวไขควงจุดที่เอานิ้วแตะ ผ่านร่างกายผู้ใช้ ผ่านเท้า(และรองเท้า) ลงไปที่พื้นดิน กลับไปยังต้นทางครับ
[เป็นบทความที่ผมเอามาจาก https://www.facebook.com/photo.php?fbid=2327558821465&set=a.1158191308008.2024656.1024504690&type=3&theater ซึ่งได้อ่านแล้วน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆหลายๆท่านที่จะลอง ยังไงก็อ่านกันก่อนที่จะลงมือทำกันนะครับ]
ขอขอบคุณ Bus Tewarit
Friday, October 28, 2011
กรุ๊ปเลือด vs น้ำท่วม @ ออฟฟิศ Jeban
Friday, October 21, 2011
[สาระ] จุดเฝ้าระวัง ! ป้องกันน้ำเข้าบ้านคุณ
จุดเฝ้าระวัง ! ป้องกันน้ำเข้าบ้านคุณ
เตรียมรับมือเมื่อน้ำมาถึงหน้าบ้านคุณๆกัน ! น้ำนั้นสามารถเล็ดลอดเข้าสู่บ้านของพวกเราได้ทุกเมื่อ แม้ได้รับการป้องกันที่หนาแน่นเป็นอย่างดีแล้วก็เถอะ เพราะว่าบ้านนั้นมีจุดเสี่ยงมากมายที่เป็นช่องทางให้น้ำไหลเข้ามาภายในอยู่ จึงควรที่จะมาศึกษาและรู้ถึงจุดเหล่านั้น เพื่อระวังและป้องกัน !
1. สิ่งของสำคัญ
ของสำคัญที่มีขนสดไม่ใหญ่ ยกขึ้นวางไว้บนชั้นวางที่อยู่ในระดับสูงเพื่อป้องกันความเสียหาย
2. ของชิ้นใหญ่
ทรัพย์สินที่มีขนาด ค้อนข้างใหญ่ที่ไม่สามารถยกวาง บนชั้นวางของควรทำการยกสูงให้พ้นจากพื่อนด้วยวิธีการวางบนอิฐ หรือแผ่นไม้ ให้พ้นน้ำ
3. ระยะห่างของขอบล่างประตูกับพื้น
จะมีช่องว่างที่เมื่อน้ำท่วมถึงจะสามารถเล็ดลอดเข้าสู่ตัวบ้านภายในได้ การน้ำถุงทรายมาวางซ้อนๆเป็นชั้นๆ เพื่อปิดช่องดังกล่าว สามารถบรรเทาความรุนแรงที่จะเกิดจากน้ำที่เข้าสู้ภายในได้
4. ท่อน้ำทิ้ง
บริเวณท่อน้ำทิ้ง เป็นอีกจุดที่เชื่อมต่อกับภายนอกซึ่ง เมื่อน้ำมีในปริมาณที่สูงเหนือพื้นดินเป็นจำนวนมาก จึงสามารถที่จะล้นออกมาทางท่อได้เช่นเดียวกัน
5. ห้องน้ำ
เป็นจุดที่มีการต่อท่อน้ำหรือท่อน้ำทิ้งต่างๆมากที่สุดภายในบ้านจึงเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากน้ำสามารถเล็ดลอดเข้ามาภายในได้ แม้รูโหว่จะมีขนาดเล็ก เพียงใดก็ตาม
6. ปลั๊กไฟ
ไม่ใช่เพียงท่อระบายน้ำหรือท่อประปาเท่านั้นที่น้ำจะสามารถผ่านเข้ามาบริเวณปลั๊กหรือบริเวณที่มีการ เดินสายไฟอีกด้วยเนื่องจากบริเวณเหล่านั้นมีช่องว่างในกำแพงที่น้ำ สามารถจะเข้ามาได้เช่นกัน
7. ผนังบ้าน
กำแพงบ้านที่ผ่านการก่อสร้างมานานนับสิบปี มักมีรอยแตกร้าว เกิดขึ้นตามกาลเวลา และ รอยเหล่านี้ก็คือประตูบานหนึ่งที่พร้อมจะต้อนรับน้ำเข้าสู่ภายในอีกด้วย
ขอขอบคุณ คุณบอย โกสิยพงษ์ ครับ
Wednesday, October 19, 2011
โอ้! ปลาไหล (เต็ม Facebook เลย)
ไปพบมาก็เอามาฝากให้ดูกันขำๆนะจ้า
เห็นช่วงนี้ฮิต "ปลาไหลฟีเวอร์" กัน งั้นเจอปลาไหลพันธุ์เมพขิงดีกว่า จริงๆ เป็นปลาน้ำลึกชื่อ oar fish ที่มักจะถูกโมเมให้เป็นพญานาค
โอ้ ยาวมาก ใหญ่มาก ! กี่คนแบกละนั้น
ยัง ! ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ นอกจากกระแสเจ้าไหลจะมาแรงแซงทางโค้งของช่วงนี้นะ ตอนนี้ได้มีบุคคลคนหนึ่งได้แต่งเพลง โอ้! ปลาไหล (เต็ม Facebook เลย) ขึ้นมาให้ขำขันแก้เครียดกัน
เพลง : โอ้! ปลาไหล (เต็ม Facebook เลย)
ก็อย่าคิดไรมากล่ะ ขำๆ กันไป สำหรับบทความแก้เครียดบทความนี้ก็มีเพียงเท่านี้ละจ้า
ขอขอบคุณ Teens Me D
เห็นช่วงนี้ฮิต "ปลาไหลฟีเวอร์" กัน งั้นเจอปลาไหลพันธุ์เมพขิงดีกว่า จริงๆ เป็นปลาน้ำลึกชื่อ oar fish ที่มักจะถูกโมเมให้เป็นพญานาค
โอ้ ยาวมาก ใหญ่มาก ! กี่คนแบกละนั้น
ยัง ! ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ นอกจากกระแสเจ้าไหลจะมาแรงแซงทางโค้งของช่วงนี้นะ ตอนนี้ได้มีบุคคลคนหนึ่งได้แต่งเพลง โอ้! ปลาไหล (เต็ม Facebook เลย) ขึ้นมาให้ขำขันแก้เครียดกัน
เพลง : โอ้! ปลาไหล (เต็ม Facebook เลย)
ก็อย่าคิดไรมากล่ะ ขำๆ กันไป สำหรับบทความแก้เครียดบทความนี้ก็มีเพียงเท่านี้ละจ้า
ขอขอบคุณ Teens Me D
Friday, October 14, 2011
[สาระ] การป้องกันไฟฟ้าดูดเสียชีวิตช่วงน้ำท่วม !
Thursday, October 13, 2011
หลักสูตร ต้องรอด !!! ของที่ควรพกติดตัวไว้ยามฉุกเฉิน !
หลักสูตร ต้องรอด !!! ของที่ควรพกติดตัวไว้ยามฉุกเฉิน !
เสื้อผ้าสำรอง ให้ความอบอุ่น
ผ้าซักผืนใหญ่พอประมาณ
น้ำดื่ม
อาหารแห้ง
ไฟฉาย * อย่าลืมถ่านนะ
เงินสด
สมุดบัญชี บัตรเครดิต และ บัตรสำคัญฯ * สำคัญมากๆคือบัตรประชาชน
เทปกาว มีดพก นกหวีด
กระเป๋าเป้ หยิบสะดวกดี
เชือก
เสื้อกันฝน
กล่องพยาบาล และ ยารักษาโรค
อุปกรณ์ขับถ่ายแบบ พกพา
ถุงดำ ถุงพลาสติก
* เราไม่ต้องพกให้ครบทุกอย่างหรอกจ้ามีอะไรที่พกได้ก็พกๆ เลยนะจ้า ^ w ^ //
By Yasince Sethanukul ขอบคุณจ้า
เสื้อผ้าสำรอง ให้ความอบอุ่น
ผ้าซักผืนใหญ่พอประมาณ
น้ำดื่ม
อาหารแห้ง
ไฟฉาย * อย่าลืมถ่านนะ
เงินสด
สมุดบัญชี บัตรเครดิต และ บัตรสำคัญฯ * สำคัญมากๆคือบัตรประชาชน
เทปกาว มีดพก นกหวีด
กระเป๋าเป้ หยิบสะดวกดี
เชือก
เสื้อกันฝน
กล่องพยาบาล และ ยารักษาโรค
อุปกรณ์ขับถ่ายแบบ พกพา
ถุงดำ ถุงพลาสติก
* เราไม่ต้องพกให้ครบทุกอย่างหรอกจ้ามีอะไรที่พกได้ก็พกๆ เลยนะจ้า ^ w ^ //
By Yasince Sethanukul ขอบคุณจ้า
Wednesday, October 12, 2011
เว็บสำหรับตรวจสอบเส้นทางการจราจรในกรุงเทพฯ
ก่อนเพื่อนๆ จะเดินทางกลับบ้านวันนี้ ผมมีเว็บสำหรับตรวจสอบเส้นทางการจราจรในกรุงเทพฯ มาฝากครับ http://www.traffy.in.th/traffy เว็บนี้จะแนะนำเส้นทางในกรุงเทพฯ ว่าเส้นทางที่เพื่อนๆ จะเดินทางนั้นเป็นยังไงบ้าง
ขอขอบคุณ
CIMB Thai
สุขาเคลื่อนที่รักษ์สิ่งแวดล้อม
"สุขาเคลื่อนที่รักษ์สิ่งแวดล้อม" ทางทีมงานเร่งผลิตกันอยู่ แจ้งว่าชุดแรกจะไปให้ที่อยุธยา และสำหรับผู้สนใจติดต่อได้ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีได้เลยนะคร๊าบบบเบอร์ 02 470 8000
ขอขอบคุณ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
Superware
Tuesday, October 11, 2011
[สาระน่าอ่าน] วิธีป้องกันน้ำเข้าบ้านโดยไม่ต้องใช้กระสอบทราย !
จากคุณ Diva-Devil แห่งบอร์ด PANTIP.COM จ้า ซึ่งได้กล่าวเอาไว้ดังนี้
"สวัสดีค่ะ พอดีได้รับเมลล์ที่น่าสนใจกับการเตรียมตัวรับมือกับน้ำท่วม ตัวอย่าง การป้องกันนํ้าเข้าบ้านสำหรับคน กทม เนื่องจากตอนนี้กระสอบทรายและอิฐบล็อกขาดตลาดจึงหาทางเลือก โดยข้อมูลที่ได้รับเห็นว่าเป็นประโยชน์กับทุกบ้านที่อยู่ใกล้ๆ กับบริเวณที่อาจเกิดน้ำท่วมได้ จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่ให้เพื่อนๆ
ปล ถ้าหากได้มีการให้ข้อมูลไปแล้วก็ขออภัยล่วงหน้าค่ะ
ขอขอบพระคุณ คุณอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ ที่แชร์ข้อมูล "วิธีป้องกันน้ำเข้าบ้านโดยไม่ต้องใช้กระสอบทราย""
ตัวอย่างแรก การกันน้ำเข้าบ้านสำหรับกำแพงโปร่ง บางส่วน
ตัวอย่างที่สอง การกันน้ำเข้าบ้าน สำหรับประตูเข้า-ออก
ตัวอย่างที่สาม การกันน้ำเข้าบ้านสำหรับประตูใหญ่
และสุดท้าย ตัวอย่างการกันน้ำมุดเข้าทางท่อระบายน้ำ
ซึ่งในกระทู้นั้นได้มีหลายๆท่านมาแชร์ประสบการณ์ตรงกันอย่างเช่น
คุณ อมยิ้มไม่ได้ (อมยิ้มไม่ได้)
"จากประสบการณ์น้ำท่วมที่เชียงใหม่
1.ก่ออิฐฉาบปูนเลย เสร็จแล้วค่อยทุบ
2.ถ้าเป็นแผงบังส่วนมาพื้นจะไม่เรียบซึ่งจะมีรูน้ำเข้า ให้เผื่อขอบผ้าใบด้านล่างเยอะๆแล้วเอาอะไรหนักๆทับไว้ ดินน้ำมันช่วยได้อุดแล้วรีดให้แนบกับพื้นไปเลย
3. สำหรับอุดท่อ ใช้ลูกบอลยาง ดูขนาดท่อกับขนาดลูกบอลยางให้ลูกบอลใหญ่กว่าขนาดท่อนิดนึง สูบลมลูกบอลออก แล้วยัดลูกบอลลงท่อให้ลึกหน่อย แล้วสูบลมเข้าไปให้มันขยายปิดรูท่อ วิธีนี้ดีกว่าใช้ถุงอุดเพราะน้ำเยอะนี้กันไม่อยู่เลย
เอาใจช่วยให้ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดีนะคะ"
คุณ มวยมีค่าย
"1. ก่ออิฐบล๊อค สูง 2 ชั้น 2 แถวในแนวขนานกัน โดยเว้นช่องว่างตรงกลางสัก 3 ซม.
2. เอาไม้กระดานอัดหนา 15-20 มม. เสียเข้าไปในร่องระหว่างอิฐบล๊อค
3. เทปุนลงไปในช่องว่างนั้น เพื่อให้ตัวแผ่นไม้ยึดติดแน่น และ อิฐบล๊อคจะช่วยเป็นฐานได้อย่างดี
4. ตรงขอบด้านข้าง ก็ให้เอาปูนมาโปะตลอดแนวไม้กับผนัง เพื่อไม่ให้น้ำซึมผ่านเข้ามาได้
ปล. กรณีทีหาถุงทรายไม่ได้นะครับ แถมวิธีนี้สามารถทำกำแพงได้สูงถึง 1.2 เมตร (ตามความกว้างของไม้กระดาน)"
และท่านอื่นๆอีกมากสามารถเข้าไปติดตามได้ที่กระทู้นี้เลยนะจ๊ >>> ตรู๊ดเข้าให้
ต้องขอขอบคุณจริงๆนะจ๊ะสำหรับเว็บ PANTIP.COM ที่มีสาระดีๆมาให้เราได้อ่านกันเสมอๆขอขอบคุณจ้า
"สวัสดีค่ะ พอดีได้รับเมลล์ที่น่าสนใจกับการเตรียมตัวรับมือกับน้ำท่วม ตัวอย่าง การป้องกันนํ้าเข้าบ้านสำหรับคน กทม เนื่องจากตอนนี้กระสอบทรายและอิฐบล็อกขาดตลาดจึงหาทางเลือก โดยข้อมูลที่ได้รับเห็นว่าเป็นประโยชน์กับทุกบ้านที่อยู่ใกล้ๆ กับบริเวณที่อาจเกิดน้ำท่วมได้ จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่ให้เพื่อนๆ
ปล ถ้าหากได้มีการให้ข้อมูลไปแล้วก็ขออภัยล่วงหน้าค่ะ
ขอขอบพระคุณ คุณอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ ที่แชร์ข้อมูล "วิธีป้องกันน้ำเข้าบ้านโดยไม่ต้องใช้กระสอบทราย""
ตัวอย่างแรก การกันน้ำเข้าบ้านสำหรับกำแพงโปร่ง บางส่วน
ตัวอย่างที่สอง การกันน้ำเข้าบ้าน สำหรับประตูเข้า-ออก
ตัวอย่างที่สาม การกันน้ำเข้าบ้านสำหรับประตูใหญ่
และสุดท้าย ตัวอย่างการกันน้ำมุดเข้าทางท่อระบายน้ำ
ซึ่งในกระทู้นั้นได้มีหลายๆท่านมาแชร์ประสบการณ์ตรงกันอย่างเช่น
คุณ อมยิ้มไม่ได้ (อมยิ้มไม่ได้)
"จากประสบการณ์น้ำท่วมที่เชียงใหม่
1.ก่ออิฐฉาบปูนเลย เสร็จแล้วค่อยทุบ
2.ถ้าเป็นแผงบังส่วนมาพื้นจะไม่เรียบซึ่งจะมีรูน้ำเข้า ให้เผื่อขอบผ้าใบด้านล่างเยอะๆแล้วเอาอะไรหนักๆทับไว้ ดินน้ำมันช่วยได้อุดแล้วรีดให้แนบกับพื้นไปเลย
3. สำหรับอุดท่อ ใช้ลูกบอลยาง ดูขนาดท่อกับขนาดลูกบอลยางให้ลูกบอลใหญ่กว่าขนาดท่อนิดนึง สูบลมลูกบอลออก แล้วยัดลูกบอลลงท่อให้ลึกหน่อย แล้วสูบลมเข้าไปให้มันขยายปิดรูท่อ วิธีนี้ดีกว่าใช้ถุงอุดเพราะน้ำเยอะนี้กันไม่อยู่เลย
เอาใจช่วยให้ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดีนะคะ"
คุณ มวยมีค่าย
"1. ก่ออิฐบล๊อค สูง 2 ชั้น 2 แถวในแนวขนานกัน โดยเว้นช่องว่างตรงกลางสัก 3 ซม.
2. เอาไม้กระดานอัดหนา 15-20 มม. เสียเข้าไปในร่องระหว่างอิฐบล๊อค
3. เทปุนลงไปในช่องว่างนั้น เพื่อให้ตัวแผ่นไม้ยึดติดแน่น และ อิฐบล๊อคจะช่วยเป็นฐานได้อย่างดี
4. ตรงขอบด้านข้าง ก็ให้เอาปูนมาโปะตลอดแนวไม้กับผนัง เพื่อไม่ให้น้ำซึมผ่านเข้ามาได้
ปล. กรณีทีหาถุงทรายไม่ได้นะครับ แถมวิธีนี้สามารถทำกำแพงได้สูงถึง 1.2 เมตร (ตามความกว้างของไม้กระดาน)"
และท่านอื่นๆอีกมากสามารถเข้าไปติดตามได้ที่กระทู้นี้เลยนะจ๊ >>> ตรู๊ดเข้าให้
ต้องขอขอบคุณจริงๆนะจ๊ะสำหรับเว็บ PANTIP.COM ที่มีสาระดีๆมาให้เราได้อ่านกันเสมอๆขอขอบคุณจ้า
ระบบตรวจวัดระดับน้ำในคลองหลัก Water Measurement System !
พอดีไปเจอเว็บนี้เข้าเลยคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ หลายๆคนเลยนำเอามาฝากกันครับให้เข้าไปดูกัน
สามารถเข้าไปใช้งานได้เลยที่ http://dds.bangkok.go.th/Canal/
อาจจะพอเป็นประโยชน์ได้บ้างนะครับหวังนะ ยังไงก็ขอบคุณที่ติดตามกันครับ
สามารถเข้าไปใช้งานได้เลยที่ http://dds.bangkok.go.th/Canal/
อาจจะพอเป็นประโยชน์ได้บ้างนะครับหวังนะ ยังไงก็ขอบคุณที่ติดตามกันครับ
[สาระ] รวมความรู้ สมการน้ำท่วม เพื่อรับมือน้ำท่วม !
สมการน้ำท่วม
โอกาสน้ำท่วม = (ตัวเลขน้ำเหนือบางไทร + ปริมาณฝนในกทม + น้ำหนุนจากอ่าวไทย + น้ำหลากภาคตะวันออกและ ตะวันตก) - ความสามารถในการระบายน้ำของกทม
ข้อมูลที่ต้องทราบก่อนอ่าน
1.น้ำจะท่วมถ้าน้ำเข้า มากกว่าน้ำออก (จะบอกทำไมเนี่ย)
2.ข้อมูลปริมาณน้ำเข้ากทม กรมชลประทาน จะมีข้อมูลที่ค่อนข้างอัพเดท
3.ข้อมูลเรื่องน้ำออก ผู้เชี่ยวชาญจะเป็น สำนักการระบายน้ำ
4. ที่ผ่านมา น้ำเข้ามากกว่า ที่ 3600 ลูกบาศ์กเมตร/วินาทีจนทำให้เกิดน้ำท่วมบางจุด
5.หลังจากน้ำท่วมคราวนั้น สำนักการระบายน้ำได้ทำการเตรียมรับน้ำเพิ่ม ตอนนี้ยังไม่รุ้ว่า กทมจะรับน้ำสูงสุดได้ที่ เท่าไหร่...
6.สถานีน้ำบางไทร เป็นสถานีที่ใกล้กทม และใช้เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของปริมาณน้ำเข้า
7.ความสามารถในการระบายน้ำลดลงเมื่อน้ำทะเลหนุนสูง
8.ปริมาณน้ำปกติที่กทมรับได้คือ 3000 m3/sec นอกนั้นเหนือจากนั้นแสดงว่าเริ่มใช้ท่าไม้ตาย และ ปีนี้เรามีอุโมงค์ยักษ์เป็นท่าไม้ตายที่สำคัญ
9.วิกฤตที่สุดคือ น้ำสามเกลอคือ น้ำเหนือเข้า(ดูตัวเลขจากบางไทร) ฝนตกต่อเนื่อง(ดูด้วยตาว่าฝนตก) น้ำทะเลหนุน (ไม่สามารถระบายน้ำได้รหรือทำได้ยาก ดูพระจันทร์มั้งนะ)
10.เส้นทางน้ำที่ต้องห่วงนอกจากทางเจ้าพระยาแล้ว ยังรวมถึงการไหลของน้ำเข้าท่วมจากฝั่งตะวันออก และ ตะวันตกของกทมด้วย
โอกาสน้ำท่วม = (ตัวเลขน้ำเหนือบางไทร + ปริมาณฝนในกทม + น้ำหนุนจากอ่าวไทย + น้ำหลากภาคตะวันออกและ ตะวันตก) - ความสามารถในการระบายน้ำของกทม
ข้อมูลที่ต้องทราบก่อนอ่าน
1.น้ำจะท่วมถ้าน้ำเข้า มากกว่าน้ำออก (จะบอกทำไมเนี่ย)
2.ข้อมูลปริมาณน้ำเข้ากทม กรมชลประทาน จะมีข้อมูลที่ค่อนข้างอัพเดท
3.ข้อมูลเรื่องน้ำออก ผู้เชี่ยวชาญจะเป็น สำนักการระบายน้ำ
4. ที่ผ่านมา น้ำเข้ามากกว่า ที่ 3600 ลูกบาศ์กเมตร/วินาทีจนทำให้เกิดน้ำท่วมบางจุด
5.หลังจากน้ำท่วมคราวนั้น สำนักการระบายน้ำได้ทำการเตรียมรับน้ำเพิ่ม ตอนนี้ยังไม่รุ้ว่า กทมจะรับน้ำสูงสุดได้ที่ เท่าไหร่...
6.สถานีน้ำบางไทร เป็นสถานีที่ใกล้กทม และใช้เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของปริมาณน้ำเข้า
7.ความสามารถในการระบายน้ำลดลงเมื่อน้ำทะเลหนุนสูง
8.ปริมาณน้ำปกติที่กทมรับได้คือ 3000 m3/sec นอกนั้นเหนือจากนั้นแสดงว่าเริ่มใช้ท่าไม้ตาย และ ปีนี้เรามีอุโมงค์ยักษ์เป็นท่าไม้ตายที่สำคัญ
9.วิกฤตที่สุดคือ น้ำสามเกลอคือ น้ำเหนือเข้า(ดูตัวเลขจากบางไทร) ฝนตกต่อเนื่อง(ดูด้วยตาว่าฝนตก) น้ำทะเลหนุน (ไม่สามารถระบายน้ำได้รหรือทำได้ยาก ดูพระจันทร์มั้งนะ)
10.เส้นทางน้ำที่ต้องห่วงนอกจากทางเจ้าพระยาแล้ว ยังรวมถึงการไหลของน้ำเข้าท่วมจากฝั่งตะวันออก และ ตะวันตกของกทมด้วย
ภาพกว้างๆของแผนการรับมือ
หามวลน้ำให้เจอ
หาแนวรับให้เจอ
หาความจริงให้เจอ
ขอขอบคุณ
FloodConnectWarRoom (Yaoharee) จาก บอร์ด Pantip.com และ FloodConnect 2011 จ้า
Monday, October 10, 2011
ข้อแนะนำเกี่ยวกับไฟฟ้าในกรณีที่มีน้ำท่วม
ข้อแนะนำเกี่ยวกับไฟฟ้าในกรณีที่มีน้ำท่วม
จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น จนส่งผลทำให้ประชาชนหลายรายต้องถูกไฟฟ้าช็อต ดังนั้นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจึงมีข้อแนะนำประชาชนเกี่ยวกับไฟฟ้า กรณีเกิดน้ำท่วม
ข้อแนะนำเกี่ยวกับไฟฟ้าในกรณีที่มีน้ำท่วมหรือน้ำท่วมขัง
1. ปลดเมนสวิตช์ (สะพานไฟ) ภายในบ้าน
2. กรณีเป็นบ้าน 2 ชั้น และมีสวิตช์แยกแต่ละชั้น หากน้ำท่วมเฉพาะชั้นล่าง ให้ปลดสวิตช์ตัดกระสแไฟฟ้าเฉพาะชั้นล่าง
3. กรณีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานและมีความจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบ้าน ให้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชั้นบน แต่กรณีบ้านชั้นเดียว ให้งดใช้กระแสไฟฟ้า เพราะอาจจะเป็นอันตราย
4. งดใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ไฟฟ้าในกรณีที่ตัวผู้ใช้ต้องสัมผัสอยู่กับน้ำ หากมีความจำเป็นให้ย้ายไปใช้บนที่สูงพ้นน้ำหรือชั้นบน
5. ปลั๊กไฟฟ้าที่น้ำท่วม ห้ามใช้งานโดยเด็ดขาด
6. หากพบสายไฟฟ้าขาดหรือเสาล้ม อย่าจับต้อง ให้แจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ เพื่อทำการแก้ไข
7. ในขณะฝนตกและตัวเปียก อย่าสัมผัสกับสวิตช์ไฟฟ้าที่อยู่ภายนอกอาคาร
8. พบสายไฟฟ้าขาดแช่อยู่ในน้ำ อย่าเข้าใกล้ ให้แจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ เพื่อทำการแก้ไข
9. หากพบผู้ถูกกระแสไฟฟ้าดูดในบ้านเรือน อย่าจับต้อง ให้ใช้ไม้แห้งเขี่ยสายไฟฟ้าออกก่อนหรือหรือใช้ผ้าคล้องหรือให้ผู้มีความรู้ด้านไฟฟ้าปลดสวิตช์ จากนั้นปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล\
สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับไฟฟ้า ปรึกษาได้ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือสายด่วน กฟภ. โทร.1129 ตลอด 24 ชั่วโมง
Source : facebook.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA/ pea.co.th(Image)
ขอขอบคุณ
http://life.voicetv.co.th
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น จนส่งผลทำให้ประชาชนหลายรายต้องถูกไฟฟ้าช็อต ดังนั้นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจึงมีข้อแนะนำประชาชนเกี่ยวกับไฟฟ้า กรณีเกิดน้ำท่วม
ข้อแนะนำเกี่ยวกับไฟฟ้าในกรณีที่มีน้ำท่วมหรือน้ำท่วมขัง
1. ปลดเมนสวิตช์ (สะพานไฟ) ภายในบ้าน
2. กรณีเป็นบ้าน 2 ชั้น และมีสวิตช์แยกแต่ละชั้น หากน้ำท่วมเฉพาะชั้นล่าง ให้ปลดสวิตช์ตัดกระสแไฟฟ้าเฉพาะชั้นล่าง
3. กรณีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานและมีความจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบ้าน ให้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชั้นบน แต่กรณีบ้านชั้นเดียว ให้งดใช้กระแสไฟฟ้า เพราะอาจจะเป็นอันตราย
4. งดใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ไฟฟ้าในกรณีที่ตัวผู้ใช้ต้องสัมผัสอยู่กับน้ำ หากมีความจำเป็นให้ย้ายไปใช้บนที่สูงพ้นน้ำหรือชั้นบน
5. ปลั๊กไฟฟ้าที่น้ำท่วม ห้ามใช้งานโดยเด็ดขาด
6. หากพบสายไฟฟ้าขาดหรือเสาล้ม อย่าจับต้อง ให้แจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ เพื่อทำการแก้ไข
7. ในขณะฝนตกและตัวเปียก อย่าสัมผัสกับสวิตช์ไฟฟ้าที่อยู่ภายนอกอาคาร
8. พบสายไฟฟ้าขาดแช่อยู่ในน้ำ อย่าเข้าใกล้ ให้แจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ เพื่อทำการแก้ไข
9. หากพบผู้ถูกกระแสไฟฟ้าดูดในบ้านเรือน อย่าจับต้อง ให้ใช้ไม้แห้งเขี่ยสายไฟฟ้าออกก่อนหรือหรือใช้ผ้าคล้องหรือให้ผู้มีความรู้ด้านไฟฟ้าปลดสวิตช์ จากนั้นปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล\
สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับไฟฟ้า ปรึกษาได้ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือสายด่วน กฟภ. โทร.1129 ตลอด 24 ชั่วโมง
Source : facebook.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA/ pea.co.th(Image)
ขอขอบคุณ
http://life.voicetv.co.th
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
Sunday, October 9, 2011
[สาระ] เทคนิคสำคัญที่ต้องทำเวลาขับรถตอนน้ำท่วม
เทคนิคสำคัญที่ต้องทำเวลาขับรถตอนน้ำท่วม
1. ห้ามเปิดแอร์ ไม่ว่าน้ำลึกหรือตื้น เพราะใบพัดแอร์จะพัดน้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง
2. ใช้เกียร์ต่ำ เกียร์ธรรมดาใช้เกียร์ 2 เกียร์ออโต้ใช้เกีบร์ L ใช้ความเร็วให้สม่ำเสมอ
3. อย่าเร่งเครื่อง ไม่งั้นใบพัดระบายความร้อนจะพัดน้ำกระจายทั่วห้องเครื่องเช่นกัน ไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำเข้าท่อไอเสีย แม้ว่าเป็นรอบเดินเบา ก็จะดันน้ำออกมาได้สบาย แต่ถ้าน้ำสูงมากๆ ก็อย่าเสี่ยง เพราะน้ำจะเข้าทางท่อดูดอากาศได้
4. ลดความเร็วเมื่อเจอรถสวน คลื่นน้ำที่กระทบกันแรงๆ จะกระแทกเข้าเครื่อง
5. หลังลุยน้ำ อย่าลืมย้ำเบรคเพื่อรีดน้ำ ไม่งั้นจะเบรคไม่อยู่
6. เมื่อจอดรถอย่าดับเครื่องทันที จะมีน้ำค้างอยู่ในหม้อพักท่อไอเสีย เดินเครื่องอีกสักพักรอให้น้ำระเหยหมดก่อน
ขอขอบคุณ
Teens Me D
1. ห้ามเปิดแอร์ ไม่ว่าน้ำลึกหรือตื้น เพราะใบพัดแอร์จะพัดน้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง
2. ใช้เกียร์ต่ำ เกียร์ธรรมดาใช้เกียร์ 2 เกียร์ออโต้ใช้เกีบร์ L ใช้ความเร็วให้สม่ำเสมอ
3. อย่าเร่งเครื่อง ไม่งั้นใบพัดระบายความร้อนจะพัดน้ำกระจายทั่วห้องเครื่องเช่นกัน ไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำเข้าท่อไอเสีย แม้ว่าเป็นรอบเดินเบา ก็จะดันน้ำออกมาได้สบาย แต่ถ้าน้ำสูงมากๆ ก็อย่าเสี่ยง เพราะน้ำจะเข้าทางท่อดูดอากาศได้
4. ลดความเร็วเมื่อเจอรถสวน คลื่นน้ำที่กระทบกันแรงๆ จะกระแทกเข้าเครื่อง
5. หลังลุยน้ำ อย่าลืมย้ำเบรคเพื่อรีดน้ำ ไม่งั้นจะเบรคไม่อยู่
6. เมื่อจอดรถอย่าดับเครื่องทันที จะมีน้ำค้างอยู่ในหม้อพักท่อไอเสีย เดินเครื่องอีกสักพักรอให้น้ำระเหยหมดก่อน
ขอขอบคุณ
Teens Me D
[How to] ใครๆ ก็มีเสื้อชูชีพ เป็นของตัวเองได้ !
โอ้วววว ไปเจอวิธีทำและขั้นตอนที่ง่ายแสนง่ายมาฝากกันในการทำ เสื้อชูชีพละ มาเป็นภาพนะยังไงก็หวังว่าเป็นสาระ ให้เพื่อนๆ ได้นำกันไปใช้ล่ะ
ภาพโดยรวม
1. นำเสื้อ 2 ตัว ขนาดเท่ากัน ตัดแขนออก 2 ข้าง เหมือนกัน
2. นำเสื้อ มาใส่เข้าด้วยกันให้เป็นเหมือนตัวเดียวกัน (เหมือนใส่เสื้อ 2 ตัว)
3. เย็บด้านหน้าเสื้อ ให้เท่าขนาดขวด สามด้าน เว้นด้านบน เพื่อใส่ขวด (ให้ขวดอยู่ตรงกลางระหว่างเสื้อ 2 ตัว) ทั้งด้านหน้าและหลัง
*FRONT เย็บ 3 ด้านตามแบบ
*BACK เว้นด้านบนเพื่อใส่ขวด
4. นำขวดพลาสติกปิดฝาให้สนิด ใส่ตามแบบด้านหน้า 4 ขวด และ ด้านหลัง 4 ขวด
*FRONT ใส่ขวดด้านบน
5. เย็บปิดด้านบนเพื่อควบคุมทุกขวด ไม่ให้เคลื่อนไหว
*BACK เย็บปิดด้านบน
6. เสร็จเรียบร้อย ที่สำคัญทุกครั้งที่ใช้ควรตรวจสภาพขวดให้ฝาปิดแน่บและตรวจเช็กการเย็บอยู่ในสภาพที่ดี และ พร้อมใช้งาน
*** ไม่ว่าอุปกรณ์จะพร้อมเพียงใด สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ประมาท ***
หลังจากเลิกใช้ นำขวดออกและพับเก็บไว้ใช้งานปีหน้าได้จ้า
ผู้ออกแบบ คุณประเสริฐ มหคุณวรรณ (ผิดก็ขอประทานโทษด้วยจ้าไม่ชัด)
ขอขอบคุณ
คุณ Dhamadit Joe Charoenying
[สาระ(อีกแล้ว)] คู่มือ รับสถานการณ์น้ำท่วม
พอดีนะเห็นว่าช่วงนี้ภัยน้ำท่วมเริ่มไปทั่วทุกที่แล้วเลยอดไม่ได้ที่จะหาสาระประโยชน์มาให้เพื่อนๆ ทำความเข้าใจและ เตรียมตัว เตรียมการณ์ และ ปฏิบัติตามเพื่อให้มีความปลอดภัยกันมากยิ่งขึ้น ทางเราก็ช่วยได้เท่านี้ละจ้า ยังไงก็อยากให้อ่านให้ทำความเข้าใจกันนะ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจ้า
การเตรียมการก่อนน้ำท่วม
การป้องกันตัวเองและความสียหายจากน้ำท่วม ควรมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า เพราะหากรอให้มีการเตือนภัยเวลามักไม่เพียงพอ รู้จักกับภัยน้ำท่วมของคุณ สอบถามหน่วยงานที่มีการจัดการด้านน้ำท่วม ด้วยคำถามดังต่อไปนี้
- ภายในละแวกใกล้เคียงในรอบหลายปี เคยเกิดน้ำท่วมสูงที่สุดเท่าไร
- เราสามารถคาดคะเนความเร็วน้ำหรือโคลนได้หรือไม่
- เราจะได้การเตือนภัยล่วงหน้าก่อนที่น้ำจะมาถึงเป็นเวลาเท่าไหร่
- เราจะได้รับการเตือนภัยอย่างไร
- ถนนเส้นใดบ้าง ในละแวกนี้ที่จะถูกน้ำท่วมหรือจะมีสิ่งกีดขวาง
การรับมือสำหรับน้ำท่วมครั้งต่อไป
1. คาดคะเนความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของคุณเมื่อเกิดน้ำท่วม
2. ทำความคุ้นเคยกับระบบการเตือนภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขี้นตอนการอพยพ
3. เรียนรู้เส้นทางการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุด จากบ้านไปยังที่สูงหรือพื้นที่ปลอดภัย
4. เตรียมเครื่องมือรับวิทยุแบบพกพา อุปกรณ์ทำอาหารฉุกเฉินแหล่งอาหารและไฟฉาย รวมทั้งแบตเตอร์รี่สำรอง
5. ผู้คนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยน้ำท่วม ควรจะเตรียมวัสดุ เช่น กระสอบทราย แผ่นพลาสติก ไม้แผ่น ตะปู กาวซิลิโคน เพื่อใช้ป้องกันบ้านเรือน และควรทราบแหล่งวัตถุที่จะนำมาใช้
6. นำรถยนต์และพาหนะไปเก็บไว้ในพื้นที่ซึ่งน้ำไม่ท่วมถึง
7. ปรึกษาและทำข้อตกลงกับบริษัทประกันภัย เกี่ยวกับการประกันความเสียหาย
8. บันทึกหมายเลขโทรศัพท์สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินและเก็บไว้ตามที่จำง่าย
9. รวบรวมของใช้จำเป็นและเสบียงอาหารที่ต้องการใช้ ถายหลังน้ำท่วมไว้ในที่ปลอดภัยและสูงกว่าระดับที่คาดว่าน้ำจะท่วมถึง
10. ทำบันทึกรายการทรัพย์สินมีค่างทั้งหมด ถ่ายรูปหรือวีดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐาน
11. เก็บ บันทึกรายการทรัพย์สิน เอกสารสำคัญและของมีค่าอื่นๆ ในสถานที่ปลอดภัยห่างจากบ้านหรือห่างไกลจากที่น้ำท่วมถึง เช่น ตู้เซฟที่ธนาคาร หรือไปรษณีย์
12. ทำแผนการรับมือน้ำท่วม และถ่ายเอกสารเก็บไว้เป็นหลักฐานที่สังเกตุได้ง่าย และติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วมที่เหมาะสมกับบ้านของคุณ
ถ้าคุณคือพ่อแม่
- ทำหารซักซ้อมและให้ข้อมูลแก่บุตรหลานของคุณ ขณะเกิดน้ำท่วม เช่น ไม่สัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊กไฟ หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำและอยู่ใกล้เส้นทางน้ำ
- ต้องการทราบหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินของหน่วยงานท้องถิ่น
- ต้องการทราบแผนฉุกเฉินสำหรับ โรงเรียนที่บุตรหลานเรียนอยู่
- เตรีมแผนการอพยพสำหรับครอบครัวของคุณ
- จัดเตรียมกระสอบทราย เพื่อกันน้ำไม่ให้เข้าสู่บ้านเรือน
- ต้องมั่นใจว่าเด็กๆ ได้รับทราบแผนการรับสถานการณ์น้ำท่วมของครอบครัวและของโรงเรียน
การทำแผนรับมือน้ำท่วม
การจัดทำแผนรับมือน้ำท่วม จะช่วยให้คุณนึกถึงสิ่งต่างๆ ที่จะต้องทำหลังได้รับการเตือนภัยเดินสำรวจทั่วทั้งบ้านด้วยคำแนะนำที่กล่าว มา พร้อมทั้งจดบันทึกด้วยว่าจะจัดการคำแนะนำอย่างไร ในช่วงเวลาที่ทุกๆ คนเร่งรีบและตื่นเต้นเนื่องจากภัยคุกคาม สิ่งที่สำคัญที่จะลืมไม่ได้ก็คือ หมายเลขโทรศัพท์ต่างๆ ที่สำคัญไว้ในแผนด้วย
ถ้าคุณมีเวลาเล็กน้อยหลังการเตือนภัย :
สิ่งที่ต้องทำและมีในแผน
- สัญญาเตือนภัยฉุกเฉิน และสถานีวิทยุ หรือสถานีโทรทัศน์ที่รายงานสถานการณ์
- รายชื่อสถานที่ 2 แห่งที่สมาชิกในครอบครัวสามารถพบกันได้หลังจากพลัดหลงโดยสถานที่แรกให้อยู่ ใกล้บริเวณบ้านและอีกสถานที่อยู่นอกพื้นที่ที่น้ำท่วมถึง
ระดับการเตือนภัยน้ำท่วม
ลักษณะการเตือนภัยมี 4 ประเภท คือ
1. การเฝ้าระวังน้ำท่วม : มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมและอยู่ในระหว่างสังเกตุการณ์
2. การเตือนภัยน้ำท่วม : เตือนภัยจะเกิดน้ำท่วม
3. การเตือนภัยน้ำท่วมรุนแรง : เกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรง
4. ภาวะปกติ : เหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติหรือเป็นพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม
การเตรียมการก่อนน้ำท่วม
การป้องกันตัวเองและความสียหายจากน้ำท่วม ควรมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า เพราะหากรอให้มีการเตือนภัยเวลามักไม่เพียงพอ รู้จักกับภัยน้ำท่วมของคุณ สอบถามหน่วยงานที่มีการจัดการด้านน้ำท่วม ด้วยคำถามดังต่อไปนี้
- ภายในละแวกใกล้เคียงในรอบหลายปี เคยเกิดน้ำท่วมสูงที่สุดเท่าไร
- เราสามารถคาดคะเนความเร็วน้ำหรือโคลนได้หรือไม่
- เราจะได้การเตือนภัยล่วงหน้าก่อนที่น้ำจะมาถึงเป็นเวลาเท่าไหร่
- เราจะได้รับการเตือนภัยอย่างไร
- ถนนเส้นใดบ้าง ในละแวกนี้ที่จะถูกน้ำท่วมหรือจะมีสิ่งกีดขวาง
การรับมือสำหรับน้ำท่วมครั้งต่อไป
1. คาดคะเนความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของคุณเมื่อเกิดน้ำท่วม
2. ทำความคุ้นเคยกับระบบการเตือนภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขี้นตอนการอพยพ
3. เรียนรู้เส้นทางการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุด จากบ้านไปยังที่สูงหรือพื้นที่ปลอดภัย
4. เตรียมเครื่องมือรับวิทยุแบบพกพา อุปกรณ์ทำอาหารฉุกเฉินแหล่งอาหารและไฟฉาย รวมทั้งแบตเตอร์รี่สำรอง
5. ผู้คนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยน้ำท่วม ควรจะเตรียมวัสดุ เช่น กระสอบทราย แผ่นพลาสติก ไม้แผ่น ตะปู กาวซิลิโคน เพื่อใช้ป้องกันบ้านเรือน และควรทราบแหล่งวัตถุที่จะนำมาใช้
6. นำรถยนต์และพาหนะไปเก็บไว้ในพื้นที่ซึ่งน้ำไม่ท่วมถึง
7. ปรึกษาและทำข้อตกลงกับบริษัทประกันภัย เกี่ยวกับการประกันความเสียหาย
8. บันทึกหมายเลขโทรศัพท์สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินและเก็บไว้ตามที่จำง่าย
9. รวบรวมของใช้จำเป็นและเสบียงอาหารที่ต้องการใช้ ถายหลังน้ำท่วมไว้ในที่ปลอดภัยและสูงกว่าระดับที่คาดว่าน้ำจะท่วมถึง
10. ทำบันทึกรายการทรัพย์สินมีค่างทั้งหมด ถ่ายรูปหรือวีดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐาน
11. เก็บ บันทึกรายการทรัพย์สิน เอกสารสำคัญและของมีค่าอื่นๆ ในสถานที่ปลอดภัยห่างจากบ้านหรือห่างไกลจากที่น้ำท่วมถึง เช่น ตู้เซฟที่ธนาคาร หรือไปรษณีย์
12. ทำแผนการรับมือน้ำท่วม และถ่ายเอกสารเก็บไว้เป็นหลักฐานที่สังเกตุได้ง่าย และติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วมที่เหมาะสมกับบ้านของคุณ
ถ้าคุณคือพ่อแม่
- ทำหารซักซ้อมและให้ข้อมูลแก่บุตรหลานของคุณ ขณะเกิดน้ำท่วม เช่น ไม่สัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊กไฟ หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำและอยู่ใกล้เส้นทางน้ำ
- ต้องการทราบหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินของหน่วยงานท้องถิ่น
- ต้องการทราบแผนฉุกเฉินสำหรับ โรงเรียนที่บุตรหลานเรียนอยู่
- เตรีมแผนการอพยพสำหรับครอบครัวของคุณ
- จัดเตรียมกระสอบทราย เพื่อกันน้ำไม่ให้เข้าสู่บ้านเรือน
- ต้องมั่นใจว่าเด็กๆ ได้รับทราบแผนการรับสถานการณ์น้ำท่วมของครอบครัวและของโรงเรียน
การทำแผนรับมือน้ำท่วม
การจัดทำแผนรับมือน้ำท่วม จะช่วยให้คุณนึกถึงสิ่งต่างๆ ที่จะต้องทำหลังได้รับการเตือนภัยเดินสำรวจทั่วทั้งบ้านด้วยคำแนะนำที่กล่าว มา พร้อมทั้งจดบันทึกด้วยว่าจะจัดการคำแนะนำอย่างไร ในช่วงเวลาที่ทุกๆ คนเร่งรีบและตื่นเต้นเนื่องจากภัยคุกคาม สิ่งที่สำคัญที่จะลืมไม่ได้ก็คือ หมายเลขโทรศัพท์ต่างๆ ที่สำคัญไว้ในแผนด้วย
ถ้าคุณมีเวลาเล็กน้อยหลังการเตือนภัย :
สิ่งที่ต้องทำและมีในแผน
- สัญญาเตือนภัยฉุกเฉิน และสถานีวิทยุ หรือสถานีโทรทัศน์ที่รายงานสถานการณ์
- รายชื่อสถานที่ 2 แห่งที่สมาชิกในครอบครัวสามารถพบกันได้หลังจากพลัดหลงโดยสถานที่แรกให้อยู่ ใกล้บริเวณบ้านและอีกสถานที่อยู่นอกพื้นที่ที่น้ำท่วมถึง
ระดับการเตือนภัยน้ำท่วม
ลักษณะการเตือนภัยมี 4 ประเภท คือ
1. การเฝ้าระวังน้ำท่วม : มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมและอยู่ในระหว่างสังเกตุการณ์
2. การเตือนภัยน้ำท่วม : เตือนภัยจะเกิดน้ำท่วม
3. การเตือนภัยน้ำท่วมรุนแรง : เกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรง
4. ภาวะปกติ : เหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติหรือเป็นพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม
ข้อคิด 9 ข้อในการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง
สวัสดีจ้า วันนี้ได้หยิบเอา ทริคอะไรเล็กๆ น้อยๆ มาฝากเพื่อนๆกัน นั้นก็คือ ข้อคิด 9 ข้อในการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง ก็ไปอ่านเจอมาเหมือนดังเช่นเคย เอาละว่าแต่มีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย
1. ล้อ
ส่วนนี้เป็นส่วนที่อ่อนแอที่สุดที่จะเสียหายในการขนส่ง สายการบินทั่วไปจะปฏิเสธความรับผิดชอบสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับล้อ และผู้ผลิตหลายรายมักยกเว้นล้อในข้อรับประกันของบริษัท ล้อที่ดีที่สุดควรเป็นล้อยางทั้งลูกชนิดที่เป็นล้อแบบหรือเป็นลูกกลม ที่มีตลับลูกปืน ล้อควรฝังอยู่ภายในกระเป๋า โดยเฉพาะกระเป๋าที่ไว้ใต้เครื่องบินเพราะจะป้องกันการเสียของล้อได้ สำหรับกระเป๋าที่นำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ควรดูขนาดให้ถูกตามกฎเกณฑ์ของสายการบิน
2. หูหิ้ว
หูหิ้วแบบยืดหดควรติดตั้งภายในกระเป๋าได้เป็นดี หรือแบบพับแนบตัวกระเป๋าอัตโนมัติ เพื่อป้องกันความเสียหายของเสาคันชัก แม้ว่าคันชักที่ติดตั้งภายนอกจะทำให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านในมากขึ้นก็ตาม เพราะคันชักมักจะเสียหาย จากแรงกระแทกจนทำให้ยืดหดคันชักไม่ได้ แต่ในกรณีที่เป็นกระเป๋าหิ้วติดตัวก็ไม่จำเป็นต้องให้คันชักมีเสาอยู่ด้านในก็ได้เพราะความเสี่ยงจากการเสียหายมีน้อยกว่ามาก
3. Denier (หน่วยวัดความแข็งแรงของผ้า)
Denier เป็นหน่วยของการวัดขนาดเส้นใยที่ใช้ในการทอผ้า dinier ยิ่งมากจะทำให้ผ้าหนักขึ้น สำหรับวัสดุที่นำมาทอเป็นผ้าก็ให้ความแข็งแรงต่างกันด้วย เช่น polyester 1800 denier แข็งแรงกว่า Polyester 1200 denier แต่แข็งแรงน้อยกว่า ballistic nylon 1050 denier โดยทั่วไปตามสายการบินจะไม่ยอมรับความเสียหายกับกระเป๋าเดินทางที่ทำด้วยผ้า 600-700 denier
4. การรับประกัน
กระเป๋าทุกยี่ห้อจะรับประกันก็ต่อเมื่อมีความเสียหายที่เกิดจากการผลิตเท่านั้น เช่น ซิปผิดปกติ รอยเย็บเบี้ยว หูลากหลุดหรือน็อตหลุด การรับประกันส่วนใหญ่จะเป็นของผู้ผลิต ไม่ใช่เป็นของร้านที่ขายดังนั้นไม่ควรไปเชื่อกับการรับประกันของร้านมากนัก
5. การซื้อกระเป๋าเป็นการลงทุนไม่ใช่ความสิ้นเปลือง
การคุ้มทุนในการลงทุนซื้อกระเป๋าขึ้นอยู่กับอายุของการใช้งานกระเป๋า ถ้าคุณจ่ายเงินสองเท่าเพื่อซื้อกระเป๋าที่มีอายุใช้งานนานขึ้น 4 ปี อย่าลืม ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมด้วย
6. ไม่ต้องกังวลว่ากระเป๋าใบใหญ่กว่าจะหนักกว่า
สิ่งของที่คุณจะบรรจุลงในกระเป๋าอาจมีน้ำหนักประมาณ 20-30 กก. แต่น้ำหนักกระเป๋าที่ใหญ่เล็กต่างกัน 4-6 นิ้ว อาจมีน้ำหนักต่างกันเพียงครึ่งกิโลเท่านั้น และคุณจะรู้ว่าถ้ากระเป๋าไม่พอคุณต้องซื้อกระเป๋าอีกใบที่น้ำหนักอย่างต่ำก็ประมาณ 3-4 กก.
7. กระเป๋าใหญ่ก็ไม่ใช่ว่าดีเสมอไป
คนทั่วไปจะบรรจุสิ่งของลงในกระเป๋าขนาด 26 นิ้วได้พอดี ดังนั้นก็ไม่ควรใช้กระเป๋าขนาดใหญ่กว่านี้ โดยเฉพาะถ้าคุณมีปัญหาเรื่องการยกของหนัก เช่น ปวดหลัง หรือปวดแขน
8. อย่าไปยึดติดกับยี่ห้อ
คนทั่วไปจะคุ้นเคยกับชื่อ Samsonite และ american tourister เพราะเป็นเจ้าแรก ๆ ที่ขายมานาน แต่ก็ยังมีหลายยี่ห้อที่คุณภาพก็ใช้ได้ เช่น travelpro eminent echolac delsey หรือแม้แต่ Blue light, Valentino, Miracle, Dandy ลองเลือกการใช้งานต่าง ๆ ให้ดีก่อนตัดสินใจควักกระเป๋าซื้อ
9. ซื้อกระเป๋ากับร้านที่มีความรู้ด้านกระเป๋า
เพราะกระเป๋าเดินทางเดี๋ยวนี้ไม่ใช่มีหน้าที่แค่บรรจุสัมภาระเท่านั้น อย่าไปกลัวที่จะถามคนขายเกี่ยวกับความทนทาน หน้าที่การทำงานต่าง ๆ การบริการหลังการขาย
เป็นไงบ้างละเพื่อนๆ ได้ประโยชน์กันบ้างไหม ทีนี้เพื่อนๆ ก็ได้ข้อคิดบางส่วนไปเมื่อเวลาตัดสินใจหรือกำลังจะซื้อกระเป๋าเดินทางนั้นก็อย่าลืมนำไปใช้กันนะ ^ w ^
1. ล้อ
ส่วนนี้เป็นส่วนที่อ่อนแอที่สุดที่จะเสียหายในการขนส่ง สายการบินทั่วไปจะปฏิเสธความรับผิดชอบสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับล้อ และผู้ผลิตหลายรายมักยกเว้นล้อในข้อรับประกันของบริษัท ล้อที่ดีที่สุดควรเป็นล้อยางทั้งลูกชนิดที่เป็นล้อแบบหรือเป็นลูกกลม ที่มีตลับลูกปืน ล้อควรฝังอยู่ภายในกระเป๋า โดยเฉพาะกระเป๋าที่ไว้ใต้เครื่องบินเพราะจะป้องกันการเสียของล้อได้ สำหรับกระเป๋าที่นำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ควรดูขนาดให้ถูกตามกฎเกณฑ์ของสายการบิน
2. หูหิ้ว
หูหิ้วแบบยืดหดควรติดตั้งภายในกระเป๋าได้เป็นดี หรือแบบพับแนบตัวกระเป๋าอัตโนมัติ เพื่อป้องกันความเสียหายของเสาคันชัก แม้ว่าคันชักที่ติดตั้งภายนอกจะทำให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านในมากขึ้นก็ตาม เพราะคันชักมักจะเสียหาย จากแรงกระแทกจนทำให้ยืดหดคันชักไม่ได้ แต่ในกรณีที่เป็นกระเป๋าหิ้วติดตัวก็ไม่จำเป็นต้องให้คันชักมีเสาอยู่ด้านในก็ได้เพราะความเสี่ยงจากการเสียหายมีน้อยกว่ามาก
3. Denier (หน่วยวัดความแข็งแรงของผ้า)
Denier เป็นหน่วยของการวัดขนาดเส้นใยที่ใช้ในการทอผ้า dinier ยิ่งมากจะทำให้ผ้าหนักขึ้น สำหรับวัสดุที่นำมาทอเป็นผ้าก็ให้ความแข็งแรงต่างกันด้วย เช่น polyester 1800 denier แข็งแรงกว่า Polyester 1200 denier แต่แข็งแรงน้อยกว่า ballistic nylon 1050 denier โดยทั่วไปตามสายการบินจะไม่ยอมรับความเสียหายกับกระเป๋าเดินทางที่ทำด้วยผ้า 600-700 denier
4. การรับประกัน
กระเป๋าทุกยี่ห้อจะรับประกันก็ต่อเมื่อมีความเสียหายที่เกิดจากการผลิตเท่านั้น เช่น ซิปผิดปกติ รอยเย็บเบี้ยว หูลากหลุดหรือน็อตหลุด การรับประกันส่วนใหญ่จะเป็นของผู้ผลิต ไม่ใช่เป็นของร้านที่ขายดังนั้นไม่ควรไปเชื่อกับการรับประกันของร้านมากนัก
5. การซื้อกระเป๋าเป็นการลงทุนไม่ใช่ความสิ้นเปลือง
การคุ้มทุนในการลงทุนซื้อกระเป๋าขึ้นอยู่กับอายุของการใช้งานกระเป๋า ถ้าคุณจ่ายเงินสองเท่าเพื่อซื้อกระเป๋าที่มีอายุใช้งานนานขึ้น 4 ปี อย่าลืม ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมด้วย
6. ไม่ต้องกังวลว่ากระเป๋าใบใหญ่กว่าจะหนักกว่า
สิ่งของที่คุณจะบรรจุลงในกระเป๋าอาจมีน้ำหนักประมาณ 20-30 กก. แต่น้ำหนักกระเป๋าที่ใหญ่เล็กต่างกัน 4-6 นิ้ว อาจมีน้ำหนักต่างกันเพียงครึ่งกิโลเท่านั้น และคุณจะรู้ว่าถ้ากระเป๋าไม่พอคุณต้องซื้อกระเป๋าอีกใบที่น้ำหนักอย่างต่ำก็ประมาณ 3-4 กก.
7. กระเป๋าใหญ่ก็ไม่ใช่ว่าดีเสมอไป
คนทั่วไปจะบรรจุสิ่งของลงในกระเป๋าขนาด 26 นิ้วได้พอดี ดังนั้นก็ไม่ควรใช้กระเป๋าขนาดใหญ่กว่านี้ โดยเฉพาะถ้าคุณมีปัญหาเรื่องการยกของหนัก เช่น ปวดหลัง หรือปวดแขน
8. อย่าไปยึดติดกับยี่ห้อ
คนทั่วไปจะคุ้นเคยกับชื่อ Samsonite และ american tourister เพราะเป็นเจ้าแรก ๆ ที่ขายมานาน แต่ก็ยังมีหลายยี่ห้อที่คุณภาพก็ใช้ได้ เช่น travelpro eminent echolac delsey หรือแม้แต่ Blue light, Valentino, Miracle, Dandy ลองเลือกการใช้งานต่าง ๆ ให้ดีก่อนตัดสินใจควักกระเป๋าซื้อ
9. ซื้อกระเป๋ากับร้านที่มีความรู้ด้านกระเป๋า
เพราะกระเป๋าเดินทางเดี๋ยวนี้ไม่ใช่มีหน้าที่แค่บรรจุสัมภาระเท่านั้น อย่าไปกลัวที่จะถามคนขายเกี่ยวกับความทนทาน หน้าที่การทำงานต่าง ๆ การบริการหลังการขาย
เป็นไงบ้างละเพื่อนๆ ได้ประโยชน์กันบ้างไหม ทีนี้เพื่อนๆ ก็ได้ข้อคิดบางส่วนไปเมื่อเวลาตัดสินใจหรือกำลังจะซื้อกระเป๋าเดินทางนั้นก็อย่าลืมนำไปใช้กันนะ ^ w ^
Subscribe to:
Posts (Atom)







































